ความรักใช่การยึดครอง - ครูอ้อย

ความรัก ใช่การยึดครอง

แต่บางครั้ง อาจเป็นการเฝ้ามองอย่างเงียบเหงา

เฝ้ามองเธอ ดั่งเงา

ไม่หวังเข้า ยุดยื้อถือครอง

.........

ขอบคุณครับ ครูอ้อยสำหรับกำลังใจ

โปรดอย่ามาบอกว่าคิดถึง - สารอาหารบนจานเปล่า


โปรดอย่ามาบอกว่าคิดถึง
ไม่อยากคิดคะนึงกลัวถลำ
เชื่อไม่ได้ทรามเชยนะน้ำคำ
น้องกลัวจะชอกช้ำเพราะคำลวง

สารอาหารบนจานเปล่า 

เกลียดการจากลา - สารอาหารบนจานเปล่า

 

ก็ฉันเป็นคนเกลียดการจากลา
เพราะฉันเป็นพวกบ่อน้ำตาตื้น
ขอร้องปล่อยให้ฉันฝันต่ออีกซักคืน
เผื่อว่าจะฝืนอะไรได้บ้างบางครา

ก็ฉันไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น
กลัวใครจะว่าฉันเป็นคนบ้า
ก็อยากปล่อยออกมาอยู่หรอกน้ำตา
แต่ก็ไม่อยากให้ใครบางคนเห็นว่า...ฉันอ่อนแอ

เกลียดการจากลา - สารอาหารบนจานเปล่า


ฟ้าสาป - ส. กุหลาบแจ้ง

 

ฟ้าสาปให้ตัวข้า..รู้จักรัก
แล้วก็ผลักไสข้า..ให้ขื่นขม
คำสาบฟ้าช่างร้าย..เหลืออารมณ์
ปล่อยข้าตรมเจ็บช้ำ..นานเท่านาน

ส. กุหลาบแจ้ง

ไม่เสียใจ..ได้รู้จัก..ได้รักเธอ - ส. กุหลาบแจ้ง

 

ไม่เสียใจ..ได้รู้จัก..ได้รักเธอ
คิดเสมอ..เหมือนได้เจอ..คนในฝัน
ดีใจที่..วันนั้นมี..กันและกัน
สุขทุกวัน..เธอกับฉัน..เดินเคียงไป
ขอบคุณนะ..ที่เข้ามา..ในชีวิต
จากมืดมิด..ก็กลับกลาย..เป็นสดใส
ความชุ่มชื่น..ก่อเกิดขึ้น..ในหัวใจ
รักมากมาย..มีแต่เธอ..เสมอมา
ถ้าเกิดว่า..ชาติหน้า..มีจริงจริง
ขอผู้หญิง..แบบนี้..ที่ตามหา
คนๆ นี้..ที่มีกัน..ทุกวันเวลา
เกิดชาติหน้า..ขอพบเจอ..เธอเรื่อยไป

ส. กุหลาบแจ้ง

กุหลาบแดง - ส. กุหลาบแจ้ง

 

...กุหลาบแดงแจ้งเป็นสื่อคือความรัก
กุหลาบปักลงกลางใจให้คิดหวน
กุหลาบแดงกลิ่นหอมนานพานรัญจวน
กุหลาบชวนใจให้ช้ำระกำทรวง

...วาเลนไทน์ปีที่แล้วกุหลาบสวย
รักปลูกด้วยกุหลาบใจที่ห่วงหวง
วันคืนผ่านรักคงมั่นฝันลมลวง
สิ้นปีล่วงเลยผ่านพ้นจนรักลา

...กลีบกุหลาบกระจายหล่นใจแทบขาด
กลีบกุหลาบบาดหัวใจยากรักษา
หนามแหลมคมคอยทิ่มตำกรำน้ำตา
ไหลหลั่งมาอาบสองแก้มแทบวางวาย

...กุหลาบแดงแจ้งประจักษ์รักขมขื่น
ทุกวันคืนวาเลนไทน์ขอห่างหาย
ขอหลบมุมอยู่อย่างคนที่เดียวดาย
สิ้นสลายวาเลนไทน์ให้วายปราณ

...เปรียบกุหลาบแรกแย้มรักสดสวย
พอเริ่มโรยเปรียบดั่งรักเริ่มหมดหวาน
พอร่วงหล่นรักหลุดลอยคอยจนนาน
อันตธานดอกโศกครองจองใจแทน

ส. กุหลาบแจ้ง

ไม่มีแล้วน้ำตา..เพื่อความรัก - ส. กุหลาบแจ้ง

 

ฉันเป็นคนเย็นชามานานนัก
ผ่านเรื่องราวร้าวรักแสนหนักหนา
ชีวิตที่ร้าวราน..ฉันผ่านมา
ไม่มีแล้วน้ำตา..เพื่อความรัก!

เมื่อความมืดจับมือคือ ฝันร้าย
อีกนานกว่าจันทร์จะฉายให้ตั้งหลัก
เธอจะเป็นมิตรดีที่งามนัก
ในท่ามฝันร้าวหัก..รักสุดท้าย !

ส. กุหลาบแจ้ง

เสน่หาอาวรณ์ในตอนเช้า - ส. กุหลาบแจ้ง

 

... เสน่หาอาวรณ์ในตอนเช้า
หัวใจเหงา ฝากไป ไม่ผกผัน
ฝากคิดถึง คำซึ้ง ไปถึงกัน
จนตะวัน ลาลับไป ไม่มีรอ

... ความรัก ความคิดถึง ความห่วงใย
จากคนไกล ฝากมา หาไหมหนอ
สานรักมั่น ห่วงใยกัน ไม่เคยพอ
มาเคล้าคลอ เอ่ยคำ ก่อนอำลา
... ลมลาล่วง ลับเลย เฉลยถ้อย
ลมเชยชิด จิตร้อย อาวรณ์หา
ลมรักเอ๋ย เลยผ่านกาลเวลา
ลมพัดพา เสน่หา มาอยู่เคียง

ส. กุหลาบแจ้ง

คิดถึงใครคนหนึ่ง - ส. กุหลาบแจ้ง

 

คิดถึงใครคนหนึ่งตรึงตราจิต
พรหมลิขิตขีดทางให้ห่างเหิน
ต่างคนต่างหนทางที่ต้องเผชิญ
จำต้องเดินบนเส้นทางที่ต่างกัน

ส. กุหลาบแจ้ง


นิราศเจ้าฟ้า - สุนทรภู่


เขาย่อมเปรียบเทียบความว่ายามรัก
แต่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน
ครั้นรักจางห่างเหินไปเนิ่นนาน
แต่น้ำตาลว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล

(จากนิราศเจ้าฟ้า ของ สุนทรภู่) 

ไฟรัก ไฟลา ไฟชัง - รยงค์ เวนุรักษ์

 

คือน้ำผึ้งคือน้ำตาคือยาพิษ
คือหยาดน้ำอมฤตอันชื่นชุ่ม
คือเกสรดอกไม้คือไฟรม
คือความกลุ่มคือความฝัน...นั่นแหละรัก

"ไฟรัก ไฟลา ไฟชัง" - รยงค์ เวนุรักษ์


ความรัก ใช่การยึดครอง - กานท์กวี

 

ความรัก ใช่การยึดครอง

แต่บางครั้ง อาจเป็นการเฝ้ามองอย่างเงียบเหงา

เฝ้ามองเธอ ดั่งเงา

ไม่หวังเข้า ยุดยื้อถือครอง

.........

กานท์กวี



เสียเจ้า - อังคาร กัลยาณพงศ์

 

กลอนของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ กวีเอก
ท่านหนึ่งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
กวีที่ถือว่าเป็น “ยอดของกวี” อย่างยิ่ง

๏ เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง
มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า
มิหวังกระทั่งฟากฟ้า
ซบหน้าติดดินกินทราย


๏ จะเจ็บจำไปถึงปรโลก
ฤๅรอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย
อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ

๏ หากเจ้าอุบัติบนสรวงสวรรค์
ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟ เราเป็นไม้
ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ

๏ แม้แต่ธุลีมิอาลัย
ลืมเจ้าไซร้ชั่วกาลปาวสาน
แม้นชาติไหนเกิดไปพบพาน
จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตา

๏ ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า
ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา
ไปชั่วฟ้าชั่วดินสิ้นเอย

บทกวี “เสียเจ้า” บทคลาสสิก
เป็นเพียงบทหนึ่งของอังคาร ที่ยังอยู่ในใจใครต่อใครมิรู้ลืม
ยังมีงานอื่นๆให้ผู้อ่านได้ลองเสพ และจะพบว่า
เป็นความจริงอย่างหาที่สุดมิได้ที่ท่านอังคารเคยกล่าวไว้ว่า

“ผมเกิดเป็นกวีตั้งแต่ชาติที่แล้ว”





จากลูกชายกำนันถึงลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน

กลอนชุด จากลูกชายกำนันถึงลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน ซึ่ง ขรรค์ชัย บุนปาน
แต่งในสมัยหนุ่มๆ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๘


เลือดฝาดเอ็งเปล่งปลั่งก็ยังสาว
ลองแก่คราวขนาดยายจะไหวหรือ?
เสน่ห์ที่มิได้ทำจากน้ำมือ
สามสี่มื้อบอกตรงตรงก็คงคลาย

ข้าหลงรักก็เพราะเล็งเห็นเอ็งสวย
ปราศสิ่งช่วยเสริมให้ชวนใจหาย
วันแรกสึกออกมาก็ตาลาย
เอ็งกลับกลายเกินจริตแผกผิดคน

เรียนตัดเสื้อในเมืองเป็นเรื่องชอบ
ถูกระบอบขอบเขตของเหตุผล
เพราะคนเราไร้วิชาย่อมพาจน
ข้าไม่เถียง,อ็งด้นถูกหนทาง

สามเดือนเหมือนสามปีที่ข้าบวช
หัวใจรวดร้าวเลยยินเอ่ยอ้าง
ว่ารักชื่นสิจะชืดรสจืดจาง
เกือบแหกกลางพรรษาออกมาดู

เมื่อเห็นตาเคยซื่อกลับดื้อรั้น
ยิ่งเชื่อมั่นแน่ใจเอ็งหมายหลู่
น้ำตาแค้นตกในรินไหลพรู
อุตส่าห์สู้ห่วงหวงเท่าดวงใจ

สิ้นเอ็งแล้วข้าก็พร้อมจะยอมบ้า
ฆ่าเอ็งก็เหมือนฆ่าน้าผู้ใหญ่
ลูกกำนันบุญน้อยขอคล้อยไกล
ข้าไม่ใช่ลูกชายนายอำเภอ ! !

ขรรค์ชัย บุนปาน

ปรัศนีหัวใจ


บนความเศร้าเผาใจใครคนหนึ่ง
กลับสุดซึ้งดวงใจใคร่เล่าหนา
บนใจช้ำร่ำร้องนองน้ำตา
สมอุราอีกใจไร้ปรานี

ด้วยใจซื่อรักจริงกลับทิ้งขว้าง
ต้องอ้างว้างเดียวดายไร้ศักดิ์ศรี
คนลวงหลอกยังขื่นรื่นฤดี
ฟ้าดินนี้ประทังยังคุ้มครอง

ผิดด้วยไหมใจซื่อถือรักยิ่ง
ทำทุกสิ่งเพื่อเธอเผลออสนอง
กลับกลายเป็นเปล่าเปลืองเครื่องทดลอง
ตัวสำรองรักเล่นเป็นของเธอ

ตอบใจฉันสักข้อขอได้ไหม
รักที่ให้เธอนั้นฉันมันเซ่อ
ตอบฉันหน่อยเมื่อไรได้พบเจอ
จำเสมอคำตอบไว้ปลอบใจ


8 มกราคม 2556
บทกลอน คุณประสิทธิ์ วัฒนสิทธิ์