กระจกเงา - ม.ล.ปิ่น มาลากุล


กระจกเงาเรามีไว้ส่องหน้า
ให้รู้ว่าดีเด่นเป็นไฉน
ครูอยากรู้ตัวครูเป็นอย่างไร
เชิญดูเด็กที่ได้สั่งสอนมา

เด็กนั้นไซร้เปรียบได้ดั่งกระจก
ไม่ต้องยกขึ้นดูก็รู้ว่า
ครูมีลักษณะล้วนควรบูชา
หรือว่าเลวหนักหนาน่าอับอาย

อันกระจกบานนี้มีสมบัติ
ภาพแน่ชัดสิ่งเปื้อนไม่เลือนหาย
แต่ถ้าตัวดีแน่แม้ตนตาย
ภาพยังฉายคนเห็นงามเด่นเอย

        หากพูดถึงครู ท่านผู้หนึ่งที่จะต้องเอ่ยถึงก็คือ ม.ล. ปิ่น มาลากุล พี่โพมไม่ขอเล่าประวัติของท่านนะครับ เพราะว่าหาอ่านได้ไม่ยากเลย พี่โพมจะขอพูดถึงบทกลอนและบทกวีที่ยิ่งใหญ่ซึ่ง่ทานได้ฝากไว้เป็นคติ เป็นข้อคิดติเตือนใจในฐานะครู สาธยายมากไปกลัวจะเปลืองเนื้อที่กระดาษ มาดูวรรคทองที่ถูกกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลายและมักถูกหยิบยกขึ้นมาเสมอๆ ในงานด้านการศึกษา

        วรรคแรกของบทยกกระจกซึ่งสะท้อนสรรพสิ่งขึ้นมาก่อน โดยฉายภาพของผู้ส่องว่าหน้าตาดีร้าย สวยขี้เหร่ยังไง ซึ่งก็เปิดวรรคได้ชนิดให้เห็นกันเด่นชัดไปเลย

        วรรคต่อมาถือว่าที่สุดแห่งความสุดยอด เพราะปิดบทแรกให้เป็นวรรคทองของแผ่นดิน วรรคทองของวงการอาชีพครู จนผ่านมานานหลายสิบปี กลอนบทนี้ก็ยังถูกกล่าวถึงอยู่ไม่ได้ขาด นี่ไม่ใช่เฉพาะการเรียนการสอนในโรงเรียน ไม่เฉพาะผู้เป็นครูเท่านั้น พี่โพมคิดว่า พ่อแม่อยากรู้ว่าตัวเองนั้นเป็นคนดีมากน้อยแค่ไหน ก็ดูได้จากลูกจากหลานของเราเอง อาจจะผิดแผกไปบ้างแต่ไม่น่ามากมายเท่าไหร่ เพราะยังไงพ่อแม่ลูกก็ล้วนมีอุปนิสัยคล้ายๆ กัน จะผิดกันก็ไม่มากนัก