ถึงเพื่อนผู้ถือปากกามาฆ่าเพื่อน
จะบิดเบือนซัดทอดใครอีกภายหน้า
จะบิดเบือนซัดทอดใครอีกภายหน้า
จรรยาบรรณพิสูจน์ได้ด้วยเวลา
พรุ่งนี้เพื่อนคิดว่าจะฆ่าใคร
วรรคทองวรรคนี้เป็นวรรคเด็ดของคุณชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ ซึ่งเป็นบทกวีในหนังสือเรื่อง ฉันมา ฉันเห็น ฉันเข้าใจ ซึ่งพี่โพมเคยครอบครองอยู่พักหนึ่งก่อนที่เพื่อนพี่โพมจะขอยืมไปแล้วก็สูญหายไปทั้งเพื่อนทั้งหนังสือ
ถ้าเพื่อนๆ ที่คลุกคลีและคุ้นเคยกันในแวดวงนักข่าวอาชีพ คงไม่มีใครไม่รู้จักคุณชัชรินทร์ ขนาดพี่โพมเป็นคนแวดวงหนังสือและการศึกษายังได้ยินชื่ออยู่บ่อยๆ ส่วนตัวพี่โพมเคยอ่านงานหนังสือของคุณชัชรินทร์อยู่หลายเล่ม และทุกครั้งก็เกิดการแปลกใจ เพราะหนังสือของคุณชัชรินทร์นั้นมีหลายแนวมาก ซึ่งก็ล้วนมีคุณภาพทุกแนว ทุกเล่ม อันนี้พี่โพมแปลกใจจริงๆ พี่โพมเชื่อว่าไม่มีใครเก่งทุกอย่างและไม่มีนักเขียนคนไหนเก่งและสามารถเขียนได้ทุกแนว มันต้องมีแนวถนัดและแนวที่ไม่ถนัด ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นกับคุณชัชรินทร์
มาถึงบทถึงเพื่อนบทนี้ ทุกคำที่ถ่ายทอดออกมามันสะท้อนความเป็นตัวเป็นตนของคนเขียนออกมาด้วย บ่งบอกอย่างชัดแจ้งว่าผู้เขียนต้องเป็นนักข่าวหรือนักอักษรที่มีอำนาจมากพอจะสร้างคนหรือฆ่าคนโได้ โดยผ่านกระสุนน้ำหมึก
"ถึงเพื่อนผู้ถือปากกามาฆ่าเพื่อน" พี่โพมสะท้อนขึ้นมาทันทีกับการขึ้นหัวมาแบบนี้ เพื่อนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา กำลังจะกลายเป็นผู้ปลิดชีวิตวิญญาณของเพื่อนลง คนที่จะทำลายเพื่อนด้วยกันเองได้สำหรับพี่โพมมันค่อนข้างอำมหิตนะครับ มันยิ่งกว่าการฆ่ากันเพราะเรื่องชู้สาวหรือการหึงหวง เพราะนั่นมันเป็นอารมณ์ชั่ววูบชั่วขณะ แต่สำหรับกรณีของเพื่อนที่หันมาทำลายกันเองแบบนี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ อำนาจ และการเอาตัวเองรอดแล้วปล่อยให้เพื่อนตายแทน
เพียงวรรคเดียวก็อธิบายความอัดอั้นออกมามากมาย หนึ่งนั้นก็ประชดต่อว่า หนึ่งนั้นก็กระแทกเพื่อให้ฉุกคิดตั้งสติ ซึ่งมันแรงและแทงใจกับการลงท้าย "พรุ่งนี้เพื่อนคิดว่าจะฆ่าใคร"
