อย่าพบกัน - สมบัติ  กิ่งกาญจนวงศ์

หากว่าเราพบกันในวันนี้
แล้วต้องมีจากกันในวันหน้า
เราก็อย่าพบกันเลยขวัญตา
เพื่อ “คำลา” จะได้ไม่ต้องมี

        วันนี้เกริ่นมาก็น้ำตาไหลแล้วนะครับ พี่โพมมอบวรรคทองวรรคนี้ให้แก่น้องที่ช้ำใจในความรักก็แล้วกันนะครับ โดยส่วนตัวแล้วบอกตามตรงเลยว่าพี่โพมเองเกิดไม่ทันยุคของคุณสมบัติ  กิ่งกาญจนวงศ์ เจ้าของวรรคทองวรรคนี้ แต่คุณลุงข้างบ้านนี่เป็นแฟนคลับเลยก็ว่าได้ เพราะคุณสมบัติเป็นนักร้องนักแต่งเพลงรุ่นใหญ่ เพลงดังก็เช่นเพลง "ทาสความรัก" พี่โพมลองยั่วให้คุณลุงร้องให้ฟัง ขอบอกว่าเพราะมากๆ แต่น่าเสียดายที่คุณสมบัติมีผลงานไม่มากนัก แต่ทุกผลงานล้วนคุณภาพชั้นครู

        พี่โพมจะร้องเพลงทาสความรักให้ฟังซักท่อนแล้วกันนะครับ ถึงเสียงไม่เพราะ แต่พี่โพมก็พร้อมให้ทุกคนได้ฟัง 😁😁

"โอ้สุดที่รักเอยคนดี
โปรดคิดปรานีพี่หน่อยได้ไหม
ปันรักของเธอให้พี่สักเพียงครึ่งใจ
ตราบจนวันชีพวาย ใจฉันมั่นคง
พี่เปรียบเช่นเศษผงละอองธุลี
เธอนั้นน่ะซี สูงส่งดุจหงส์
ดั่งฟ้าไกลดิน
สูญสิ้นห่างไกลเผ่าพงศ์
ได้แต่พะวงหลงนาง
คร่ำครวญป่วนใจ"

        พี่โพมได้ฟังจากคุณลุงข้างบ้านก็ชอบทันที ไม่ให้ชอบได้ยังไงใช่ไหมครับ ก็เพราะออกขนาดนี้จริงไหม ทั้งโอ้โลมนะ ทั้งเอื้อนอ้อน โอ้โห สัมผัสขิงเพลงสมัยก่อนนี่รัดกุมมากนะครับ

ข้างหลังกลอน
        เอาล่ะพูดไปเรื่อยเปื่อยจนออกนอกกลอนที่จั่วหัวไว้ไปซ่ะไกลลิบ ที่นี้มาวิเคราะห์กลอนวรรคทองวรรคนี้กันนะครับ
        เป็นวรรคทองที่กระชับแต่หนักด้วยความรู้สึก เสมือนประชด เสมือนกลัวการผิดหวัง กลัวการลาจากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก็ถ้าพบกันแล้วรักกันไม่ได้ รักกันแล้วแต่กลับปันใจไปมีใหม่ คบกันแล้วต้องอำลากัน หากเป็นแบบนั้นแล้วเราไม่ต้องพบกันเลยตั้งแต่แรกนั่นไม่ดีกว่าหรือ
        พี่โพมอ่านแล้วพี่โพมรู้สึกนะ เพราะเคยมีผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับพี่โพมว่า "ถ้าวันนั้นเราไม่พบกันคงจะดี" ไม่ใช่พี่โพมไปหักอกนอกใจอะไรแบบนั้นนะครับ เพียงแต่มีเหตุผลทางครอบครัวจึงทำให้คำลามีขึ้นกับเราสองคน แต่พี่โพมยังเชื่อนะว่าความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันและกันนั้นมันยังคงอยู่